เมทัลชีท บลูสโคป

5 จุดต่างระหว่างหลังคาเมทัลชีทบลูสโคป แซคส์ (BlueScope Zacs®) กับเมทัลชีททั่วไป

 

วัสดุก่อสร้างแต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน แม้กระทั่งในวัสดุชนิดเดียวกัน แต่คนละแบรนด์ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ซ่อนอยู่ไม่เหมือนกัน ปัจจุบันตามท้องตลาดมีเมทัลชีทหลายมาตรฐาน หลายขนาด ความหนา และชั้นเคลือบวัสดุที่แตกต่างกัน ซึ่งความต่างที่ว่ามานี้จะเป็นตัวกำหนดประสิทธิภาพในการป้องกันแดด ป้องกันฝน ป้องกันเสียงรบกวน ป้องกันความร้อน และอายุการใช้งาน

มองดูด้วยตาเปล่าอาจไม่เห็นความต่าง เนื้อหานี้พาไปเจาะลึก 5 คุณลักษณะเด่น ที่จะตอบผู้อ่านได้ว่าผลิตภัณฑ์ของ บลูสโคป แซคส์ (BlueScope Zacs®) มีความต่างกับเมทัลชีทในตลาดทั่วไปอย่างไร

BlueScope Zacs Cool

1. วัสดุแข็งแกร่ง ไม่บุบ ไม่ยุบตัว

เมทัลชีทบลูสโคป แซคส์ (BlueScope Zacs®) ผลิตจากเหล็กกล้าแรงดึงสูง นำมาผ่านกระบวนการรีดเย็นทำให้มีคุณสมบัติต้านทานการเสียรูปได้มากกว่าแผ่นเมทัลชีททั่วไป จากนั้นผ่านการเคลือบโลหะระหว่างอลูมิเนียม 55 % ผสมสังกะสีและเคลือบสีพิเศษอีกชั้น ช่วยให้แผ่นลอนสวยเรียบ ลดปัญหาการบุบ การยุบตัวขณะติดตั้งได้ดี ทั้งยังป้องกันการผุกร่อนได้ยาวนานกว่าเมทัลชีทเหล็กเคลือบสังกะสีธรรมดาถึง 4 เท่า ในสภาวะอากาศที่เหมือนกัน เมทัลชีทบลูสโคป แซคส์ (BlueScope Zacs®) จึงกล้ารับประกันการผุกร่อนยาวนานถึง 12 ปี 

หลังคาเมทัลชีท บลูสโคป แซคส์

2. เคลือบสีสวยทน กันร้อนได้ดี

บลูสโคปได้ทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เหล็กเคลือบสี โดยการนำแผ่นเหล็กเคลือบโลหะอลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสี มาเคลือบด้วยชั้นเคลือบผิวประสานโลหะและสี ซึ่งจะช่วยปรับสภาพผิวให้ชั้นสีสามารถติดกับชั้นโลหะเคลือบได้ดี เพื่อป้องกันการหลุดล่อนของสี นอกจากนั้นยังช่วยในการยับยั้งการกัดกร่อนได้อย่างยอดเยี่ยม จากนั้นจะเข้าสู่การเคลือบด้วยเทคโนโลยีการเคลือบสีคุณภาพสูง จากกระบวนการผลิตของบลูสโคป การเคลือบสีด้วยเทคโลยีนี้จะช่วยให้เมทัลชีทมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สาวยงาม และสามารถป้องกันความร้อนได้ 

ไม่เพียงเท่านั้น บลูสโคป แซคส์ คูล (BLUESCOPE Zacs® Cool) ใช้ Cool Coating technology ที่ช่วยสะท้อนความร้อน ลดอุณหภูมิพื้นผิวของหลังคา ส่งผลให้หลังคากันความร้อน บ้านเย็นสบายมากกว่าเดิม และยังทนทานต่อรังสี UV ทั้งนี้ยังรับประกันสีไม่ซีดจางยาวนานถึง 5 ปี และมีสีสันหลายเฉดเหมาะสำหรับงานออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่หลากหลายมากขึ้น  ทำให้หลังคาบ้านสร้างภาพลักษณ์ให้น่าจดจำ

เมทัลชีท บลูสโคป

3. เลือกความหนาได้มาก ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

โดยทั่วไปเมทัลชีทจะมีความหนารวมชั้นเคลือบ (Total Coating Thickness-TCT) และความหนารวมเคลือบสี (After Paint Thickness – APT) ซึ่งของเมทัลชีทบลูสโคป แต่ละรุ่นมีความหนารวมที่แตกต่างกัน สามารถเลือกตามการใช้งานที่ต้องการอย่างเหมาะสม

บลูสโคป แซคส์ (BlueScope Zacs®) ที่เป็นผลิตภัณฑ์เหล็กไม่เคลือบสี มีความหนารวมชั้นเคลือบ 0.30, 0.33, 0.35, 0.40 มิลลิเมตร และผลิตภัณฑ์เหล็กเคลือบ บลูสโคป แซคส์ คูล (BlueScope Zacs® Cool) มีความหนารวมเคลือบสี 0.30, 0.35, 0.40, 0.47 มิลลิเมตร โดยค่าความหนาตามมาตรฐานที่ระบุไว้จะแสดงอยู่บริเวณใต้แผ่นเมทัลชีททุกแผ่น

BlueScope

4. ควบคุมการผลิตตามมาตรฐานสากล

เมทัลชีทบลูสโคป  ผลิตด้วยกรรมวิธีการจุ่มร้อนอย่างต่อเนื่อง ด้วยเทคโนโลยีการผลิตและวิจัยพัฒนาอันทันสมัยจากบลูสโคป ประเทศออสเตรเลีย เครื่องจักรในการผลิตเหล็กเคลือบโลหะที่สามารถผลิตได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีการควบคุมคุณภาพการผลิตตามมาตรฐานสากล และได้รับการรับรองตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.) ทำให้สินค้ามีคุณภาพ 

BlueScope World Class

5. ไม่ใช่แค่มาตรฐานไทย แต่คือมาตรฐานโลก

บลูสโคป ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม Thai Industrial Standard (มอก.) ตามที่กำหนดจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรมประเทศไทย คือ มอก. 2228-2559 (เมทัลชีทไม่เคลือบสี)

ทั้งยังเป็นแบรนด์แรกที่ได้รับ มอก. เลขที่ 2753-2559 (เมทัลชีทเคลือบสี) นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์ของบลูสโคป แซคศ์ (BlueScope Zacs®) ยังผ่านการควบคุมการผลิตหน้ากว้างของผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นรีดเย็นตามมาตรฐานสากลด้วย อาทิ มาตรฐาน AS1365-1996 ของออสเตรเลีย, มาตรฐาน ASTM924/A924M-07 สำหรับเหล็กแผ่นเคลือบอะลูมิเนียมผสมสังกะสี โดยกระบวนการจุ่มร้อนของสหรัฐอเมริกา และ JIS 3321-2012 มาตรฐานสำหรับข้อกำหนดสำหรับเหล็กแผ่นโดยกระบวนการจุ่มร้อนของประเทศญี่ปุ่น

นอกจากคุณสมบัติ 5 ข้อที่กล่าวมา เมทัลชีทบลูสโคป แซคส์ (BlueScope Zacs®)  ยังมีน้ำหนักเบาโดยประมาณ 4 กิโลกรัมต่อตารางเมตร สามารถสั่งผลิตได้ทุกรูปทรงหลังคาและความยาวที่มากขึ้นสำหรับหลังคาที่ต้องการลดรอยต่อระหว่างแผ่น ให้เหลือน้อยที่สุด แนวแผ่นเรียบสนิท ป้องกันการรั่วซึมของน้ำฝนได้ดี ทำให้ประหยัดโครงสร้างได้มาก เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุหลังคาประเภทอื่น