หลังคาบลูสโคป ปลอดภัย ไร้ ‘โลหะหนัก’ ปนเปื้อนสู่น้ำ

          ชีวิตประจำวันของคนยุคปัจจุบัน เราต้องพบเจอสารพิษรอบตัวตลอดเวลา ทั้งควันรถ ขยะ ของเสีย สารเคมี หรือแม้แต่สารพิษที่เกิดจากกระบวนการผลิตต่างๆ จากโรงงานอุตสาหกรรม ของเสียที่ลอยอยู่ในอากาศเป็นได้ทั้งฝุ่นละอองขนาดเล็ก ก๊าซต่างๆ รวมถึงสารพิษประเภท ‘โลหะหนัก’ ที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายได้โดยตรง

โลหะหนักที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

         ‘โลหะหนัก’ เป็นธาตุที่มีคุณสมบัติละลายน้ำได้ โลหะหนักที่มีความหนาแน่นเกิน 5 กรัมมักถูกใช้เป็นส่วนประกอบในอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ โลหะหนักบางชนิดมีประโยชน์ในทางอุตสาหกรรม บางชนิดมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่บางชนิดก็เป็นพิษต่อร่างกายได้ พิษจากโลหะหนักเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งจากการหายใจ การสัมผัสผ่านผิวหนัง รวมถึงการรับประทานเข้าสู่ร่างกายติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งจะทำให้ระบบในร่างกายทำงานผิดปกติ หากมีการสะสมเป็นเวลานานก็จะทำให้เกิดโรค หรือส่งผลรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ตัวอย่างโลหะหนักที่เป็นพิษต่อร่างกาย เช่น

  • ปรอท (Mercury : Hg)

         พบได้ในสัตว์น้ำในพื้นที่ที่มีการปล่อยน้ำเสียจากอุตสาหกรรมลงแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้ปรอทมีการสะสมในสัตว์น้ำ เมื่อบริโภคสัตว์น้ำเข้าไปร่างกายจะค่อยๆ สะสมสารพิษจากปรอท เมื่อมีปริมาณมากจะส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมการทรงตัวได้ ชาตามแขน-ขา กล้ามเนื้อสั่น เป็นอัมพาตและยังสามารถถ่ายทอดจากคุณแม่ตั้งครรภ์สู่ลูกได้ ส่งผลให้เด็กเกิดอาการพิการทางสมอง นอกจากนี้โรคที่เกิดขึ้นจากพิษของสารปรอทที่เราคุ้นชินกันก็คือ ‘โรคมินามาตะ’ 

  • ตะกั่ว (Lead : Pb)

         พบได้ตามภาชนะสำหรับผลิตอาหาร เช่นหม้อก๋วยเตี๋ยว กะทะ ที่มีการเชื่อมด้วยตะกั่ว และบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้รับมาตรฐาน รวมถึงแบตเตอรี่ หากได้รับตะกั่วในปริมาณมาก จะทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ประสาทหลอน ชัก เป็นอัมพาต หรืออาจเสียชีวิตได้ โดยพิษของตะกั่วจะทำลายกระดูก สมอง ไต และต่อมไทรอยด์ สำหรับเด็กที่ได้รับสารตะกั่ว จะมีระดับ IQ ที่ต่ำกว่าเด็กทั่วไป 

  • แคดเมียม (Cadmium : Cd)

          พบได้ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่นโรงงานทำสี โรงงานผลิตพลาสติก การได้รับสารแคดเมียมในปริมาณมากมีผลให้กระดูกเปราะและปวดอย่างรุนแรง แต่หากได้รับในปริมาณน้อยเป็นเวลานาน จะก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง ไตทำงานผิดปกติ ความจำเสื่อม หากมีอาการอ่อนเพลียอาจหมดสติและเสียชีวิตได้ โดยโรคที่เกิดจากสารพิษของแคดเมียมคือ ‘โรคอิไตอิไต’

การได้รับโลหะหนักจากการปนเปื้อนในน้ำ

 

               การปนเปื้อนของโลหะหนัก นอกจากจะพบในแหล่งน้ำที่รองรับการระบายน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมและของเสียจากชุมชนแล้ว น้ำฝนที่ตกลงมาก็มีโอกาสที่จะเจือปนกับสิ่งปนเปื้อนแขวนลอยในอากาศ ทั้งในรูปแบบของฝุ่นละออง ก๊าซ และสารเคมี ซึ่งเกิดจากมลพิษในอากาศ และบางส่วนก็เกิดจากการชะเอาสิ่งปนเปื้อนมาจากส่วนประกอบของอาคารหรือหลังคา โดยเฉพาะเมื่อน้ำฝนที่มีความเป็นกรดตกลงสู่หลังคาหรือวัตถุอื่นๆ ที่เป็นโลหะจะส่งผลให้เกิดการกัดกร่อนและยิ่งทำให้เกิดสารพิษต่างๆ รวมถึงสารประเภทโลหะหนักปะปนมากับน้ำฝนได้

เมทัลชีทบลูสโคป ปลอดภัยจากสารปนเปื้อนโลหะหนัก

          เมทัลชีท  และ เมทัลชีทเคลือบสี สำหรับขึ้นรูปเป็นหลังคาและผนังซึ่งมีการผลิตและจำหน่ายโดย บริษัท เอ็นเอส บลูสโคป (ประเทศไทย) จำกัด นั้นก็มีการถูกนำไปใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ทำให้ทางบริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องน้ำชะหลังคาซึ่งก่อให้เกิดการปนเปื้อนของโลหะหนักในน้ำ ดังนั้นเพื่อให้มั่นใจว่าน้ำฝนที่ผ่านหลังคาและผนังซึ่งใช้เมทัลชีทบลูสโคปจะไม่พบโลหะหนักปนเบื้อน จึงได้ร่วมกับศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) อ้างอิงตามมาตรฐานการทดสอบ AWWA 23rd. edition 2017 ทำการทดสอบโดยการนำแผ่นเหล็กเคลือบโลหะซิงคาลุม (Zincalume®) และเหล็กเคลือบสีคัลเลอร์บอนด์ (Colorbond®) ไปทำการทดสอบเพื่อดูปริมาณโลหะหนักปนเปื้อนในน้ำ ด้วยเครื่องทดสอบ Inductively coupled plasma – Optical mission spectroscopy หรือ ICP – OES ที่สามารถวิเคราะห์ธาตุหลายๆ ธาตุได้พร้อมกันจากน้ำที่ชะผ่านหลังคา ผลที่ได้พบว่าไม่พบโลหะหนักปนเปื้อน ด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าน้ำที่ผ่านหลังคาและผนังของบลูสโคปไม่มีการปนเปื้อนของโลหะหนักที่เป็นอันตรายสู่สิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน